วิธีดูแล รถรับจ้างขนของ เพื่อยืดอายุการใช้งาน ให้รถอยู่กับเรานานขึ้น

วิธีดูแล รถรับจ้างขนของ เพื่อยืดอายุการใช้งาน ให้รถอยู่กับเรานานขึ้น อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวประจำปีของเราชาวไทยกันแล้ว ซึ่งในช่วงเทศกาลนี้ก็จะมีการใช้รถกันเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่นั้นก็มักจะใช้รถในการเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด บางคนก็ใช้รถในการท่องเที่ยวช่วงเทศกาล แต่ไม่ว่าจะใช้รถไปทำอะไรก็ตาม เราก็ไม่ควรลืมที่จะดูแลรักษารถของเราให้อยู่ในสภาพดีเสมอๆ เพราะกว่าจะซื้อมาได้แต่ละคันนั้นใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว คงจะดูน่าเสียดายหากว่าเราจะปล่อยรถที่เราอุตส่าห์ซื้อหามาได้ ให้พังไปก่อนเวลาอันควร

วันนี้ จึงมี วิธีดูแลรถรับจ้างขนของ เพื่อยืดอายุการใช้งาน ให้รถรับจ้างขนของอยู่กับเรานานขึ้น มาฝากกัน เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลรถรับจ้างขนของให้พวกเราที่ใช้รถกันอยู่เป็นประจำได้ทราบกัน ลองมาดูกันว่าวิธีดูแลรถนั้นจะมีอะไรบ้าง

วิธีดูแลรถรับจ้างขนของ เพื่อยืดอายุการใช้งาน ให้รถอยู่กับเรานานขึ้น

1.ไม่ควรเร่งเครื่องในตอนสตาร์ทรถทันที โดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น หากเป็นไปได้เราควรจะเร่งเครื่องหลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 10 – 20 นาที แล้วจะดีกว่า

2.หลีกเลี่ยงการขับรถเร็วในช่วงที่อากาศร้อนจัดหรือเย็นจัด

3.เราสามารถจะพักเครื่องยนต์ได้ด้วยการเลื่อนเกียร์ว่างให้อยู่ในตำแหน่งไฟสีแดง เพราะหากไม่ทำเช่นนี้ ต่อให้เราไม่ได้ขับรถ แต่เครื่องยนต์ก็จะยังคงทำงานอยู่

4.เราไม่ควรที่จะหยุดรถกะทันหัน เพราะจะส่งผลให้ล้อสึกอย่างรวดเร็ว

5.ไม่ควรปล่อยรถทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการใช้งาน เพราะเครื่องยนต์อาจจะสึกกร่อนเสียหายได้ เราจึงควรมีการสตาร์ทรถเพื่อวอร์มเครื่องยนต์บ้าง

6.เช่นเดียวกันกับข้อ5. แบตเตอรี่รถนั้นมีการถูกดึงไฟมาใช้อยู่เรื่อย ๆ แม้ว่าเราไม่ได้ใช้งานรถก็ตาม ดังนั้นเราจึงควรมีการสตาร์ทรถบ้าง

7.ควรจอดรถในที่ร่ม เพื่อป้องกันไม่ให้รถร้อนจนเกินไป

8.ไม่ควรให้รถบรรทุกของหนักจนเกินไป ไม่ว่าจะท้ายรถหรือมัดติดไว้บนหลังคาก็ตาม (โดยปกติแล้วควรบรรทุกของไม่เกินกว่า 90 กิโลกรัม)

9.หากเราต้องบรรทุกของบนรถ ควรใช้ผ้าหนาๆ ปูรองพื้นไว้สิ่งของไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน

10.ใช้ผ้าคลุมรถทุกครั้งเมื่อมีการจอดรถในโรงรถ เพื่อช่วยรักษาสีของรถให้ดูใหม่สดใสไปนานๆ

11.การเคลือบแว็กซ์ที่รถ ก็เป็นการถนอมสีของรถที่ดีมากวิธีการหนึ่ง ทั้งช่วยให้สีติดทนนานขึ้นและยังป้องกันรอยขูดขัดได้อีกด้วย

12.ควรมีการตรวจเช็คและทำความสะอาดแบตเตอรี่รถยนต์อยู่เป็นประจำ หากพบรอยแตกร้าวให้รีบทำการเปลี่ยนใหม่ทันที

13.ควรตรวจสอบน้ำกลั่นแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ควร

14.ก้านวัดน้ำมันก็ถือเป็นอีกสิ่งที่เราควรจะถอดออกมาทำความสะอาดบ้าง

15.เราควรเปลี่ยนหัวเทียนของรถเรา เมื่อเรามีการใช้งานรถไปประมาณ 48,000 – 64,000 กิโลเมตร

16.ควรหมั่นเช็คหม้อน้ำของรถเรา รวมถึงการเติมน้ำลงในหม้อน้ำรถนั้น โดยควรผสมน้ำยาหล่อเย็นและน้ำเปล่าในสัดส่วนที่เท่ากันในการเติม และข้อสำคัญน้ำเปล่าที่ใช้นั้นควรเป็นน้ำที่สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปสะสม

17.เมื่อมีสิ่งของมากระทบรถ อย่ามองข้ามแม้สิ่งเล็กน้อย เพราะแม้แต่ของอย่างลูกบอลพลาสติก ก็สามารถทำให้เกิดรอบขนแมวบนรถเราได้ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้มีอะไรมากระทบรถจะเป็นการดีที่สุด

18.เราควรหมั่นเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เพื่อป้องกันคราบตะกอนต่างๆ ฝังอยู่ภายใน

19.ฝาถังน้ำมันรถนั้น เราก็ควรดูแลทำความสะอาดด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกอุดตันอยู่ภายใน

20.อย่าลืมสังเกตความชื้นที่ออกมาจากปั้มลมในขณะที่เราเติมลมยางด้วย หากมีความชื้นก็ให้เราหยุดการเติม เพราะหากว่ามีความชื้นเข้าไปฝังตัวอยู่ด้านในยาง ก็อาจจะทำให้ล้อเสียหายได้

21.หมั่นเช็ครอยน้ำมันรอบตัวรถเราให้ดี หากว่าพบรอยน้ำมัน ก็ควรรีบนำรถไปให้ช่างตรวจสอบเพื่อหาความผิดปกติ หากตรวจพบจะได้แก้ไขได้ทันก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่